กลับไปรายการกระดานข่าว ตอบกลับ โพสต์

ทำบุญอะไรได้บุญตลอดกาล

ทำบุญอะไรได้บุญตลอดกาล

--------------------------------------------------------------------------------
ทำบุญอะไรได้บุญตลอดกาล



ครั้งหนึ่ง เทวดาได้ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ควรทำบุญอย่างไร จึงจะได้บุญมากมายตลอดกาล ซึ่งคำถามนี้มีผู้อยากรู้กันทั่วไป โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เหลือเวลาทำบุญน้อยแต่อยากได้บุญมากๆ เป็นกำไรเกินทุน เหมือนกับคนสมัยนี้ที่ชอบถามกันว่า จะซื้อหุ้นตัวไหนดีจึงจะมีกำไรให้ดอกผลไปนานๆ

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
"... ชนเหล่าใดสร้างสวน ปลูกป่าไม้ ปลูกต้นไม้ที่ให้ดอกให้ผล ชนเหล่าใดปลูกหมู่ไม้ สร้างสะพาน ชนเหล่าใดสร้างแหล่งน้ำ สร้างที่รองน้ำดื่มเป็นทาน ขุดบ่อ สร้างที่พักอาศัย

ชนเหล่านั้นย่อมมีบุญ ได้บุญในกาลทุกเมื่อ ได้บุญอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน ชนผู้เช่นนั้นแหละ ถือว่าเป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในธรรม เป็นผู้มีศีล เป็นผู้ดำเนินไปสู่สวรรค์ ..."

ปลูกป่าเป็นการร่วมมือกับธรรมชาติ ช่วยให้สัตว์โลกทั้งหลายได้ดำรงชีวิตสืบต่อไป ป่าเป็นที่อาศัยของนกและสัตว์ป่านานาพันธุ์ เป็นต้นน้ำที่ให้ชีวิตแก่ฝูงปลา และการทำมาหากินของผู้คนจำนวนมหาศาล การกระทำใดเพื่อให้เกิดผลดีแก่สัตว์โลกทั้งหลายมากมายไม่มีประมาณ ย่อมเป็นบุญเป็นกุศลอันยาวนานชั่วลูกชั่วหลานไม่หมดสิ้นง่ายๆ

การปลูกป่าสร้างสวนนี้เป็นคติของชาวพุทธโบราณมาตลอดเวลานับพันปี พระเจ้าศรีวิชัยนาศะแห่งอาณาจักรศรีวิชัยซึ่งเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาและมหาอำนาจยิ่งใหญ่แห่งคาบสมุทรแหลมทองไทยในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๒ เมื่อทรงยกทัพจากเมืองไชยาเข้ายึดมลายู สุมาตรา ไปจนถึงเกาะชวานั้น พระองค์ได้ทรงสร้างสวนผลไม้ขนาดใหญ่ ไว้ให้เป็นทานแก่ข้าแผ่นดินทุกแห่ง และแม้กษัตริย์ศรีวิชัยในราชวงศ์ไศเลนทร์องค์ต่อๆ มาที่เข้าครองอินโดนีเซียและกัมพูชาในศตวรรษต่อมา ก็ทรงปฏิบัติเช่นเดียวกัน แม้สมัยนี้ การปลูกป่าและสร้างแหล่งน้ำก็ยังเป็นพระราชกรณียกิจอันสำคัญอย่างยิ่งในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน เพราะทรงเห็นคุณค่าอันมหาศาลที่จะเกิดแก่ประเทศชาติและประชาชนในอนาคต

การสร้างถาวรสถานอันเป็นสาธารณประโยชน์นั้นถือได้ว่า เป็นบุญกุศลแก่ผู้สร้างอย่างมากมายหาประมาณมิได้ เพราะประโยชน์ย่อมเกิดแ่ก่หมู่ชนและหมู่สัตว์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดหลายชั่วอายุ เป็นดอกเบี้ยทบต้นในบัญชีบุญของผู้บริจาค ซึ่งเพิ่มพูนมากขึ้นมากอย่างไม่หยุดยั้ง ทางบุญเช่นนี้มีกล่าวไว้ในคำสอนของพระพุทธศาสนามาแต่ครั้งพุทธกาล แต่พุทธศาสนิกชนปัจจุบันกลับมองข้ามไป หากมิใช่เพราะความเห็นแก่ตัว ก็เพราะเห็นไปว่า เป็นเรื่องของเศรษฐีที่จะทำบุญเช่นนี้ มิใช่เรื่องของตน

แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือ ผู้จงใจทำในทางตรงกันข้าม คือคนตัดไม้ทำลายป่า ผู้ปรารถนาเพียงจะขายธรรมชาติและสาธารณสมบัติให้เป็นเงินของตน เลวร้ายเรียงลำดับลงมาจนถึงกลุ่มคนผู้ขโมยตัดสายไฟฟ้าหรือขโมยฝาท่อระบายน้ำไปขาย โดยหาได้สำนึกเลยว่า แม้เงินที่ตนได้จะใช้กินใช้จ่ายไปหมดแล้ว แต่ทุกข์ของหมู่ชนยังคงอยู่ต่อไป สัตว์ป่าที่ไร้ป่า ชาวนาที่ไร้น้ำ จนถึงชาวบ้านที่ทุกข์ร้อน ย่อมเป็นบาปกรรมซ้ำซ้อนแก่ผู้ประพฤติมิชอบเหล่านั้นทวีคูณอยู่ทุกวันเวลา เหมือนคนติดค้างหนี้สิน แล้วไม่ชำระ จึงสะสมดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้นไปโดยไม่รู้ตัว

ที่มา: หนังสือ "สุดยอดธรรมะฉบับทองของพระพุทธเจ้า" หน้า ๑๔๕-๑๔๗ จัดทำโดยบริษัทบี พลัส พับลิชชิ่ง จำกัด
กลับไปรายการกระดานข่าว
post